เกิดแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่ในอเมริกาใต้ เมื่อนายซานติอาโก เปญญา ผู้นำฝ่ายขวาของปารากวัย ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างกะทันหัน หลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากชนวนเหตุสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ล้มละลาย จนสร้างความเดือดร้อนต่อระบบเศรษฐกิจและผู้ฝากเงินทั่วประเทศ

จุดชนวนวิกฤต: Ueno Bank ล้มละลาย เงินฝาก 3 ล้านคนถูกล็อก
ศูนย์กลางของหายนะครั้งนี้คือ Ueno Bank สถาบันการเงินที่เคยเป็นเพียงบริษัทไฟแนนซ์ท้องถิ่นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ก่อนจะถูกกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Grupo Vázquez เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2021 และได้รับใบอนุญาตยกระดับเป็นธนาคารดิจิทัลช่วงปลายปี 2023 ภายใต้การบริหารของรัฐบาลเปญญา

ธนาคารแห่งนี้เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยการทุ่มงบการตลาด แจกเงินคืน (Cashback) ซื้อของชำ และเข้าเป็นสปอนเซอร์หลักของทีมฟุตบอลทีมชาติปารากวัย จนดึงดูดฐานลูกค้าประชากรวัยผู้ใหญ่ได้ถึง 60% ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางปารากวัยได้สั่งเข้าควบคุมกิจการฉุกเฉินเนื่องจากภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ส่งผลให้บัญชีเงินฝากของลูกค้ากว่า 3 ล้านคนถูกระงับชั่วคราว หลายแสนครอบครัวไม่สามารถถอนเงินมาซื้ออาหารหรือประทังชีวิตประจำวันได้ นำไปสู่การจับกุมผู้บริหารธนาคารและการเดินขบวนประท้วงขับไล่รัฐบาลทั่วกรุงอาซุนซิออน แม้แต่นักฟุตบอลทีมชาติยังต้องออกแถลงการณ์เรียกร้องความยุติธรรม

ข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อนและเงินกองทุนรัฐ
ประเด็นที่โหมกระพือความไม่พอใจของประชาชนคือ การที่ Ueno Bank ถือครองเงินฝากจากหน่วยงานรัฐและกองทุนบำเหน็จบำนาญสูงถึง 800–850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางรายงานว่าอดีตประธานาธิบดีเปญญาเคยถือหุ้นใน Ueno Holding มาก่อน

แม้เปญญาจะชี้แจงว่าเป็นเพียงการลงทุนส่วนบุคคลในฐานะนักเศรษฐศาสตร์และขายหุ้นออกไปหมดแล้ว พร้อมตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องเป็นเพียงแคมเปญโจมตีทางการเมือง แต่ฝ่ายค้านระบุว่าเปญญาเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนจากธนาคารกลางมาโดยตลอด โดยนายราฟาเอล ฟิลิซโซลา สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายค้าน ระบุว่านี่คือ “การฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดในยุคประชาธิปไตย” ที่ใช้โครงสร้างอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน

มรสุมการเมืองและการถอนตัว
เปญญาขึ้นดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 และมีวาระถึงปี 2028 แต่กลับต้องเผชิญกระบวนการถอดถอน (Impeachment) จากสภาอย่างรวดเร็ว โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออดีตประธานาธิบดี โอราซิโอ การ์เตส อดีตพันธมิตรคนสำคัญในพรรคโคโลราโด (Colorado Party) ออกมาประกาศสนับสนุนการถอดถอนเปญญา เพื่อปกป้องเงินภาษีและเงินบำนาญของประชาชน

เปญญาจึงเผยแพร่วิดีโอแถลงการณ์ลาออก โดยระบุว่า:

“ผมตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี เพื่อความสงบสุขของสังคม เสถียรภาพของประเทศ และการรักษาไว้ซึ่งสถาบันประชาธิปไตย สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือความอุ่นใจของพี่น้องประชาชน และความหวังว่าทุกคนจะได้รับเงินฝากคืนอย่างครบถ้วน”

อนาคตทางการเมืองและผลกระทบระหว่างประเทศ

  • ขั้นตอนต่อไปในสภา: สภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์เดินหน้ากระบวนการถอดถอนต่อทันทีหลังเปญญาประกาศลาออก หากวุฒิสภาลงมติเห็นชอบ เปญญาจะสูญเสียเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการเมือง และอาจต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอาญาในศาลปกติ
  • ผู้สืบทอดตำแหน่ง: ตามรัฐธรรมนูญ นายเปโดร อัลเลียนา รองประธานาธิบดี จะต้องขึ้นรักษาการแทนหากสภายอมรับการลาออก ทว่าตัวเขาเองก็กำลังตกเป็นเป้าถูกตรวจสอบเรื่องความเชื่อมโยงกับ Ueno Bank เช่นกัน
  • มิติการทูต: เปญญาถือเป็นหนึ่งในผู้นำอเมริกาใต้ที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเคยได้รับคำชื่นชมจากนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและแร่สำคัญ ซึ่งการพ้นจากตำแหน่งครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับนโยบายต่างประเทศของปารากวัยในทันที

ที่มา The Guardian